Hotelier Craft Skill 2026 เปิดเวทีวัดฝีมือ ดัน งานช่างโรงแรม สู่ยุค Smart Green Hospitality

“ช่าง–เชฟ–F&B” รวมพลังยกระดับคนโรงแรมภูเก็ต
Hotelier Craft & Skill 2026 เปิดเวทีวัดฝีมือ ดัน “งานช่างโรงแรม” สู่ยุค Smart–Green Hospitality



ภูเก็ตเปิดเวที PHUKET HOTELIER CRAFT & SKILL EXHIBITION 2026 มหกรรมการแข่งขัน วัดทักษะฝีมือ และแสดงสินค้าอุตสาหกรรมโรงแรม รวมพลัง 4 สมาคมวิชาชีพขับเคลื่อนการพัฒนาบุคลากร โดยมี สมาคมผู้บริหารงานช่างและพัฒนาฝีมือช่างภาคใต้ เป็นหนึ่งในแกนสำคัญ เชื่อมงานวิศวกรรมและช่างโรงแรมเข้ากับการบริหารพลังงาน การบำรุงรักษา และการเปลี่ยนผ่านสู่ Smart & Green Hotel ขณะที่สายเชฟ อาหาร และเครื่องดื่ม เติมเต็มประสบการณ์ Hospitality ตั้งแต่ “ระบบหลังบ้าน” ถึง “บริการหน้าบ้าน” เป้าหมายเดียวกันคือยกระดับกำลังคนภูเก็ตสู่มาตรฐานสากล

วันที่ 26 กันยายน 2569 เวลา 17.00 น. ณ ห้องประชุมขุนเลิศโภคารักษ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต นายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดงาน PHUKET HOTELIER CRAFT & SKILL EXHIBITION 2026 มหกรรมการแข่งขัน วัดทักษะฝีมือบุคลากร และแสดงสินค้าที่ใช้ในอุตสาหกรรมโรงแรมจังหวัดภูเก็ต

ภายในงานมี ว่าที่ร้อยตรีเอนก นุรักษ์ รองประธาน สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พร้อมคณะ ให้เกียรติร่วมในพิธีเปิดงานและเข้าชมงาน และมีนายภูมิพันธ์ คงวุธ นายกสมาคมสมาพันธ์เชฟประเทศไทยภูเก็ต นายพุทธา มากหลาย นายกสมาคมผู้บริหารงานช่างและพัฒนาฝีมือช่างภาคใต้ นายสุรสิทธิ์ เสมา ประธานครัวเชฟจิตอาสาภาคใต้ภูเก็ต และนายกสมาคมสมาพันธ์เชฟประเทศไทยภาคใต้ และนายธนเดช โพธานนท์ นายกสมาคมอาหารและเครื่องดื่มอันดามัน พร้อมด้วยผู้ประกอบการ บุคลากรในอุตสาหกรรมโรงแรม และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน


งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26–27 กันยายน 2569 จากความร่วมมือของสมาคมสมาพันธ์เชฟประเทศไทยภูเก็ต สมาคมผู้บริหารงานช่างและพัฒนาฝีมือช่างภาคใต้ สมาคมเชฟจิตอาสาภาคใต้ภูเก็ต และสมาคมอาหารและเครื่องดื่มอันดามัน มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมและยกระดับมาตรฐานฝีมือแรงงานของบุคลากรด้านโรงแรมและการท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต ให้สามารถพัฒนาไปสู่มาตรฐานระดับสากล พร้อมสร้างพื้นที่สำหรับการแสดงศักยภาพ การแข่งขัน การสาธิต การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และการเชื่อมโยงผู้ประกอบการกับบุคลากรในอุตสาหกรรม


“สมาคมช่างฯ” กับภารกิจยกระดับคนหลังบ้านโรงแรม


ท่ามกลางภาพของการแข่งขันด้านอาหารและเครื่องดื่มที่เป็นสีสันของงาน อีกหนึ่งองค์ประกอบที่มีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนธุรกิจโรงแรมอย่างไม่แพ้กันคือ งานวิศวกรรมและช่างโรงแรม


บทบาทของ สมาคมผู้บริหารงานช่างและพัฒนาฝีมือช่างภาคใต้ จึงมีความสำคัญในฐานะเครือข่ายวิชาชีพที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาความรู้ ความสามารถ และทักษะของบุคลากรสายช่างให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม


สำหรับโรงแรม ระบบที่แขกมองไม่เห็นกลับเป็นระบบที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อคุณภาพการให้บริการ ตั้งแต่ ไฟฟ้า เครื่องปรับอากาศ ระบบน้ำ ปั๊มน้ำ ระบบน้ำร้อน ระบบระบายอากาศ ระบบอาคาร ระบบความปลอดภัย และระบบพลังงาน


เมื่อระบบเหล่านี้ทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ผู้เข้าพักอาจไม่รู้สึกถึงการมีอยู่ของทีมช่าง แต่เมื่อระบบใดระบบหนึ่งหยุดทำงาน ผลกระทบสามารถเกิดขึ้นทันทีทั้งต่อความพึงพอใจของลูกค้า ต้นทุนการดำเนินงาน และชื่อเสียงของโรงแรม


นี่จึงทำให้บทบาทของช่างโรงแรมกำลังเปลี่ยนจาก “ผู้ซ่อมเมื่อเสีย” ไปสู่ “ผู้บริหารประสิทธิภาพของระบบ”


จาก Maintenance สู่ Engineering Management


โรงแรมยุคใหม่ต้องการมากกว่าการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ทีมช่างจำเป็นต้องทำงานเชิงป้องกัน สามารถวิเคราะห์สาเหตุของปัญหา วางแผนบำรุงรักษา และบริหารอายุการใช้งานของเครื่องจักรและอุปกรณ์


แนวคิด Preventive Maintenance และ Predictive Maintenance จึงมีความสำคัญมากขึ้น ขณะที่การเก็บข้อมูลการใช้พลังงานและประสิทธิภาพของอุปกรณ์สามารถนำมาใช้ประกอบการตัดสินใจด้านการบำรุงรักษาและการลงทุน


ตัวอย่างเช่น ระบบปรับอากาศซึ่งเป็นหนึ่งในระบบที่มีผลต่อการใช้พลังงานของโรงแรม หากได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง ตั้งแต่การทำความสะอาด การตรวจสอบสภาพเครื่อง การควบคุมอุณหภูมิ การจัดการโหลด ไปจนถึงการวิเคราะห์ประสิทธิภาพ ก็สามารถช่วยให้โรงแรมควบคุมต้นทุนโดยไม่จำเป็นต้องลดคุณภาพความสะดวกสบายของผู้เข้าพัก


ดังนั้น ทักษะของช่างโรงแรมในปัจจุบันจึงต้องก้าวไปไกลกว่าการ “ซ่อมเป็น” แต่ต้อง “วิเคราะห์เป็น วางแผนเป็น และบริหารระบบเป็น”


พลังงาน–Green Hotel โจทย์ใหม่ที่ช่างต้องรับมือ


ทิศทางของอุตสาหกรรมโรงแรมกำลังให้ความสำคัญกับ Energy Efficiency และ Sustainability มากขึ้น เพราะต้นทุนพลังงานมีผลโดยตรงต่อค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจ


โรงแรมต้องบริหารทั้งระบบปรับอากาศ ห้องครัว ระบบน้ำร้อน ปั๊มน้ำ ระบบทำความเย็น แสงสว่าง และอุปกรณ์ไฟฟ้าจำนวนมาก


บทบาทของทีมช่างจึงเชื่อมโยงกับเป้าหมายของโรงแรมโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นการลดการสูญเสียพลังงาน การเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องจักร การควบคุมโหลด การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน หรือการนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาช่วยติดตามและวิเคราะห์การใช้พลังงาน


นี่คือจุดที่ Engineering & Maintenance เริ่มกลายเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ Green Hotel ไม่ใช่เพียงฝ่ายสนับสนุนหลังบ้าน


Smart Hotel ต้องเริ่มจาก “คนที่เข้าใจระบบ”


เมื่อโรงแรมเริ่มนำระบบดิจิทัล ระบบอัตโนมัติ IoT Building Management System และเทคโนโลยี AI เข้ามาใช้งาน ทักษะของบุคลากรฝ่ายช่างก็ต้องเปลี่ยนตามไปด้วย


ช่างรุ่นใหม่จึงต้องเข้าใจทั้งระบบไฟฟ้า เครื่องกล ปรับอากาศ ระบบควบคุม และข้อมูล สามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีดิจิทัล และใช้ข้อมูลเพื่อช่วยวิเคราะห์ปัญหา

แนวโน้มดังกล่าวทำให้การพัฒนาฝีมือช่างไม่ได้หมายถึงการเพิ่มทักษะด้านเทคนิคเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึง Digital Skill, Data Literacy และ AI-Assisted Maintenance ซึ่งจะกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของ Hotel Engineering ในอนาคต

อีกด้านของงานคือ “เชฟ–อาหาร–เครื่องดื่ม”

ขณะเดียวกัน งาน PHUKET HOTELIER CRAFT & SKILL EXHIBITION 2026 ยังสะท้อนอีกด้านของ Hospitality คือการสร้างประสบการณ์ผ่านอาหารและเครื่องดื่ม

ภายในงานมีการแข่งขัน Phuket Sea Bass Competition: Fusion Style, Fruit and Vegetable Carving Competition และ Phuket Mystery Box 3 Course Cooking Competition เปิดพื้นที่ให้เชฟและบุคลากรด้านอาหารได้แสดงทักษะ ความคิดสร้างสรรค์ การจัดการวัตถุดิบ และการทำงานภายใต้ข้อจำกัด

ด้านเครื่องดื่มมีการอบรมหลักสูตร “GLASS & WINE TRAINING 2026” ซึ่งช่วยเพิ่มองค์ความรู้และทักษะที่เกี่ยวข้องกับงานบริการเครื่องดื่มและไวน์

นอกจากนี้ ยังมีการสาธิตการประกอบอาหารจาก “กุ้งมังกร” โดยกรมการค้าภายใน รวมถึงการจัดแสดงสินค้าและผลิตภัณฑ์จากผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมโรงแรม
กิจกรรมทั้งหมดจึงไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันเพื่อหาผู้ชนะ แต่เป็นพื้นที่ให้คนทำงานได้ เรียนรู้จากสนามจริง แลกเปลี่ยนเทคนิค และยกระดับมาตรฐานวิชาชีพ


“ช่าง–เชฟ–F&B” สามเสาหลักของ Hospitality

สิ่งที่น่าสนใจของงานนี้คือการนำบุคลากรหลายสายงานมาอยู่บนเวทีเดียวกัน

เพราะโรงแรมหนึ่งแห่งจะสร้างประสบการณ์ที่ดีให้ผู้เข้าพักได้ ไม่ใช่เพราะฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำงานได้ดีเพียงลำพัง

เชฟ สร้างประสบการณ์ผ่านอาหาร
F&B สร้างประสบการณ์ผ่านการบริการ
ช่างและวิศวกรรม ทำให้ระบบทั้งหมดสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง
ห้องอาหารที่ยอดเยี่ยมต้องมีระบบครัวที่พร้อมใช้งาน
ห้องพักที่ดีต้องมีระบบปรับอากาศ น้ำ ไฟฟ้า และสุขาภิบาลที่มีประสิทธิภาพ
โรงแรมสีเขียวต้องมีทีม Engineering ที่เข้าใจพลังงาน
และ Smart Hotel ต้องมีบุคลากรที่สามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีได้
จึงกล่าวได้ว่า คุณภาพของ Hospitality เริ่มตั้งแต่หลังบ้าน ก่อนจะส่งต่อไปถึงหน้าบ้าน
จากเวทีแข่งขัน สู่ระบบพัฒนากำลังคน
คุณค่าที่สำคัญอีกประการของงานนี้คือการสร้างพื้นที่ให้ผู้ประกอบการและบุคลากรได้พบกัน
ผู้ประกอบการสามารถมองเห็นทักษะและศักยภาพของคนทำงาน ขณะที่บุคลากรสามารถเรียนรู้มาตรฐานใหม่ เทคโนโลยีใหม่ และความต้องการที่แท้จริงของภาคธุรกิจ

หากนำผลจากการแข่งขันและการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ไปต่อยอดกับการฝึกอบรมและการพัฒนาหลักสูตรอย่างต่อเนื่อง งานลักษณะนี้สามารถก้าวจาก “เวทีแข่งขัน” ไปสู่ Skill Development Ecosystem ของอุตสาหกรรมโรงแรมภูเก็ตได้


โดยเฉพาะบทบาทของสมาคมผู้บริหารงานช่างและพัฒนาฝีมือช่างภาคใต้ สามารถเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมและงานช่างกับความต้องการของโรงแรมในพื้นที่ ตั้งแต่ทักษะพื้นฐานไปจนถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่

บทวิเคราะห์: ภูเก็ตต้องสร้าง “คน” ให้ทันกับโรงแรมยุคใหม่

ภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีการแข่งขันสูง การยกระดับโรงแรมจึงไม่สามารถพึ่งพาเพียงการลงทุนด้านอาคาร เทคโนโลยี หรือการตลาด
เพราะต่อให้โรงแรมมีอุปกรณ์ที่ทันสมัยเพียงใด หากไม่มีบุคลากรที่สามารถใช้งาน ดูแล วิเคราะห์ และแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้อง เทคโนโลยีนั้นก็ไม่สามารถสร้างประสิทธิภาพได้เต็มศักยภาพ
โจทย์จึงอยู่ที่ “การสร้างคนให้ทันเทคโนโลยี”
สำหรับสายช่าง ต้องเพิ่มทักษะจาก Maintenance ไปสู่ Engineering Management, Energy Management, Smart Building และ Digital Maintenance
สำหรับสายอาหาร ต้องพัฒนาจากทักษะการปรุงอาหารไปสู่มาตรฐานสากล ความคิดสร้างสรรค์ การบริหารต้นทุน และการใช้วัตถุดิบคุณภาพ
สำหรับ F&B ต้องพัฒนาทั้ง Product Knowledge, Service Skill และ Experience Design
เมื่อทั้งสามส่วนพัฒนาไปพร้อมกัน ภูเก็ตจะไม่ได้เพียง “มีบุคลากรทำงานในโรงแรม” แต่จะมี บุคลากร Hospitality ที่สามารถสร้างมูลค่าให้กับธุรกิจได้
ก้าวต่อไปของ “Phuket Hospitality Workforce Model”
สิ่งที่สามารถต่อยอดจากงานครั้งนี้คือการสร้างโมเดลพัฒนากำลังคนของภูเก็ตที่เชื่อมโยง
สมาคมวิชาชีพ + โรงแรม + สถานศึกษา + หน่วยงานภาครัฐ + ผู้ประกอบการ + เทคโนโลยี
ให้เป็นระบบเดียวกัน
ตั้งแต่ ฝึกทักษะ → แข่งขัน → ประเมิน → รับรอง → เข้าสู่ตลาดแรงงาน → พัฒนาทักษะขั้นสูง
โดยเฉพาะสายงานช่าง หากสามารถเชื่อมโยงความรู้ด้านไฟฟ้า เครื่องกล HVAC ระบบน้ำ พลังงาน Automation IoT และ AI เข้ากับการทำงานจริง จะทำให้ช่างโรงแรมมีเส้นทางการเติบโตทางวิชาชีพที่ชัดเจน และช่วยให้โรงแรมมีบุคลากรที่สามารถรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ Smart & Green Hotel ได้อย่างเป็นรูปธรรม
คุณค่าที่แท้จริงของ Hotelier Craft & Skill 2026

PHUKET HOTELIER CRAFT & SKILL EXHIBITION 2026 จึงไม่ควรถูกมองเพียงในฐานะมหกรรมการแข่งขันฝีมือ
เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นบนเวทีคือภาพสะท้อนของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรม Hospitality
จาก “แรงงาน” สู่ “บุคลากรมืออาชีพ”
จาก “ซ่อมเมื่อเสีย” สู่ “บริหารประสิทธิภาพ”
จาก “บริการ” สู่ “สร้างประสบการณ์”
จาก “โรงแรมทั่วไป” สู่ Smart & Green Hotel
และจากการรวมตัวของ 4 สมาคมวิชาชีพ กำลังเกิดพื้นที่กลางที่ทำให้คนทำงาน ผู้ประกอบการ และผู้เชี่ยวชาญสามารถเรียนรู้ร่วมกัน
โดยเฉพาะบทบาทของ สมาคมผู้บริหารงานช่างและพัฒนาฝีมือช่างภาคใต้ ซึ่งช่วยทำให้เห็นชัดเจนว่า “งานช่าง” ไม่ใช่เพียงงานเบื้องหลังที่คอยแก้ปัญหา แต่เป็นหนึ่งในโครงสร้างสำคัญของโรงแรมยุคใหม่ ทั้งในด้าน คุณภาพ ความปลอดภัย พลังงาน ต้นทุน เทคโนโลยี และความยั่งยืน

ท้ายที่สุด โรงแรมระดับสากลไม่ได้สร้างขึ้นจากอาคารที่สวยงามเพียงอย่างเดียว แต่สร้างขึ้นจาก คนที่มีฝีมือและเข้าใจงานของตัวเอง

ตั้งแต่ช่างที่ดูแลระบบหลังบ้าน เชฟที่สร้างสรรค์อาหาร พนักงาน F&B ที่ส่งมอบบริการ ไปจนถึงผู้บริหารที่เชื่อมทุกระบบเข้าด้วยกัน

นี่คือความหมายที่แท้จริงของการยกระดับ “Craft & Skill” — เพราะการยกระดับอุตสาหกรรมโรงแรม เริ่มต้นจากการยกระดับ คน ก่อนเสมอ