พลังมืออาชีพสู่ชุมชน! ช่างจิตอาสาผนึกกำลังเดินสายไฟฟรี “บ้านในเหมือง” เติมความเจริญอย่างปลอดภัยและยั่งยืน
ชุมชนบ้านในเหมือง ตำบลฉลอง อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ยังคงมีครัวเรือนเปราะบางที่เผชิญข้อจำกัดด้านรายได้และการเข้าถึงระบบสาธารณูปโภค โดยเฉพาะระบบไฟฟ้าภายในบ้านที่ต้องอาศัยทั้งความรู้ทางช่างและค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง
สมาคมผู้บริหารงานช่างและพัฒนาฝีมือช่างภาคใต้ นำโดย นายพุทธา มากหลาย นายกสมาคมช่างฯ พร้อมด้วย การประสานงาน จากนายวิฑูรย์ มากหลาย สท.ตำบลฉลอง จังหวัดภูเก็ตและเพื่อน ๆ ทีมงานในชุมชน
นายพุทธา มากหลาย นายกสมาคมผู้บริหารงานช่างและพัฒนาฝีมือช่างภาคใต้ พร้อมที่ปรึกษา กรรมการ สมาชิกฯได้ระดมทีมช่างจิตอาสา ร่วมกับคณะครู อาจารย์ และนักศึกษาสายอาชีพ วิทยาลัยเทคนิคภูเก็ต ลงพื้นที่ชุมชนบ้านในเหมือง ดำเนินโครงการ “ร่วมด้วยช่วยกัน นำความรู้สายอาชีพ ช่วยชาวบ้าน” เดินสายและติดตั้งระบบไฟฟ้าจากมิเตอร์เมนเข้าสู่ตัวอาคารบ้านเรือนให้แก่ผู้ยากไร้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
ภารกิจไม่ได้จำกัดเพียงบางหลังคาเรือน แต่ตั้งเป้าดำเนินการ ให้ครอบคลุมทุกจุดที่มีปัญหาและมีความจำเป็นในชุมชนบ้านในเหมือง โดยทีมช่างจะทยอยลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพระบบไฟฟ้า เดินสาย และปรับปรุงให้เหมาะสมตามหลักวิชาชีพ จนกว่าภารกิจในพื้นที่เป้าหมายจะแล้วเสร็จ
หัวใจสำคัญของโครงการจึงไม่ได้อยู่เพียงการ “ติดไฟให้บ้าน” แต่เป็นการนำองค์ความรู้และทักษะวิชาชีพออกจากห้องเรียนและสถานประกอบการมาสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนโดยตรง ขณะเดียวกัน นักศึกษาที่ร่วมภารกิจยังได้เรียนรู้การทำงานจริงภายใต้สถานการณ์จริง ทั้งด้านความปลอดภัย การวิเคราะห์ปัญหาระบบไฟฟ้า การทำงานเป็นทีม และความรับผิดชอบต่อสังคม
ในมิติด้านความปลอดภัย ระบบไฟฟ้าที่ไม่ได้มาตรฐานหรือมีการต่อพ่วงโดยขาดความรู้ที่ถูกต้องอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อไฟฟ้าลัดวงจร ไฟฟ้ารั่ว และอัคคีภัย การให้ช่างผู้มีความรู้เข้าตรวจสอบและปรับปรุงระบบจึงเป็นมากกว่าการช่วยลดค่าใช้จ่าย แต่เป็นการลดความเสี่ยงและสร้างความมั่นคงในการใช้ชีวิตของครัวเรือนเปราะบาง
อีกมิติที่น่าสนใจคือ “ความรับผิดชอบต่อสังคมของสายอาชีพ” เพราะการให้นักศึกษาอาชีวะลงมือทำงานร่วมกับช่างมืออาชีพ ทำให้ความรู้ด้านไฟฟ้ากลายเป็นเครื่องมือในการสร้างประโยชน์ให้ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม จากเดิมที่ทักษะวิชาชีพอาจถูกมองว่าเป็นเพียงทักษะเพื่อประกอบอาชีพ โครงการลักษณะนี้กำลังขยายความหมายไปสู่ “วิชาชีพเพื่อสังคม”
จากเมืองท่องเที่ยว สู่เมืองที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
ภูเก็ตเป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและการลงทุนเติบโตสูง แต่การเติบโตทางเศรษฐกิจไม่ได้หมายความว่าทุกครัวเรือนจะมีโอกาสเข้าถึงคุณภาพชีวิตในระดับเดียวกัน ชุมชนดั้งเดิมและครัวเรือนรายได้น้อยยังต้องเผชิญต้นทุนการดำรงชีวิตที่สูงขึ้น และข้อจำกัดในการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานบางด้าน
กรณีชุมชนบ้านในเหมืองจึงสะท้อนโจทย์สำคัญของการพัฒนาเมืองภูเก็ตว่า การพัฒนาอย่างยั่งยืนไม่ได้วัดเฉพาะจำนวนโรงแรม นักท่องเที่ยว หรือมูลค่าการลงทุน แต่ต้องวัดจากคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ด้วย
การที่สมาคมวิชาชีพ ภาคการศึกษา และชุมชนเข้ามาทำงานร่วมกัน จึงเป็นรูปแบบหนึ่งของการเติมเต็มช่องว่างระหว่าง “การเติบโตทางเศรษฐกิจ” กับ “การเข้าถึงคุณภาพชีวิต” โดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่แล้วในสังคม นั่นคือความรู้ ความเชี่ยวชาญ และจิตอาสา
แสงสว่างที่มากกว่าหลอดไฟ
บทเรียนจากบ้านในเหมืองชี้ให้เห็นว่า การแก้ปัญหาชุมชนไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากโครงการขนาดใหญ่เสมอไป หากแต่เริ่มจากการนำ “คนที่มีความรู้” ไปพบ “คนที่มีปัญหา” แล้วใช้ทักษะที่มีอยู่ช่วยแก้ปัญหาให้ตรงจุด
สำหรับนักศึกษา นี่คือห้องเรียนภาคสนาม สำหรับช่างมืออาชีพ นี่คือการคืนประโยชน์ให้สังคม และสำหรับครัวเรือนผู้ได้รับความช่วยเหลือ นี่คือการได้รับทั้งความปลอดภัยและกำลังใจ
หากความร่วมมือรูปแบบนี้สามารถพัฒนาเป็นฐานข้อมูลปัญหาด้านระบบไฟฟ้าของครัวเรือนเปราะบาง มีการประเมินความเสี่ยง จัดลำดับความจำเป็น และติดตามบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง ก็สามารถต่อยอดจาก “งานจิตอาสาเฉพาะกิจ” สู่ “ระบบช่างชุมชน” ที่ช่วยยกระดับความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตได้ในระยะยาว
เพราะบางครั้งการพัฒนาชุมชนไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นด้วยการสร้างสิ่งใหม่ แต่อาจเริ่มจากการ ทำให้บ้านหนึ่งหลังมีไฟฟ้าที่ปลอดภัย และทำให้คนหนึ่งครอบครัวรู้ว่า พวกเขาไม่ได้ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
บริบท / วิเคราะห์
จากมิเตอร์สู่แสงสว่าง! อบจ.-เทศบาลหนุนชุมชนในเหมือง ส่งต่อภารกิจ “ช่างจิตอาสา” เดินสายไฟฟรีถึงบ้าน
การพัฒนาชุมชนในเหมือง ตำบลฉลอง อำเภอเมืองภูเก็ต กำลังเดินหน้าไปอีกขั้น จากการแก้โจทย์เรื่องสิทธิและการเข้าถึงสาธารณูปโภค สู่การลงมือแก้ปัญหาหน้างาน โดยมีทั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต เทศบาลตำบลฉลอง และภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ขณะที่ภาควิชาชีพอย่างสมาคมผู้บริหารงานช่างและพัฒนาฝีมือช่างภาคใต้ เตรียมนำทีมช่างและนักศึกษาอาชีวะลงพื้นที่ติดตั้งระบบไฟฟ้าให้ประชาชนโดยไม่คิดค่าแรง
ก่อนหน้านี้ นายเรวัต อารีรอบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ได้ลงพื้นที่ชุมชนในเหมือง เพื่อรับฟังและร่วมกิจกรรมกับประชาชน โดยมี นายสำราญ จินดาพล นายกเทศมนตรีตำบลฉลอง นายสุทา ประทีป ณ ถลาง รวมถึงผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและสมาชิกสภาท้องถิ่นเข้าร่วม สอดคล้องกับแนวทางการสนับสนุนชุมชนในเหมืองภายใต้โครงการ คทช. ซึ่งมีการลงพื้นที่และรับฟังเสียงประชาชนอย่างต่อเนื่อง (อาณาจักรข่าว)
“มิเตอร์และเสาไฟ” จุดเริ่มต้นของความปลอดภัย
หัวใจสำคัญของการพัฒนาครั้งนี้ไม่ได้อยู่เพียงการมีไฟฟ้าใช้ แต่คือการทำให้ครัวเรือนสามารถเข้าถึงระบบไฟฟ้าได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย และสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
การสนับสนุนมิเตอร์ไฟฟ้าและเสาไฟฟ้า จึงเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ช่วยเปิดทางให้ชุมชนสามารถพัฒนาระบบไฟฟ้าภายในครัวเรือนต่อไปได้ ขณะที่ปัญหาสำคัญของหลายครัวเรือนคือ เมื่อมีระบบจ่ายไฟหรือมิเตอร์แล้ว ยังจำเป็นต้องมีผู้มีความรู้ด้านไฟฟ้าเข้ามาดำเนินการเดินสายและติดตั้งระบบให้ถูกต้องตามหลักความปลอดภัย
จุดนี้จึงกลายเป็นภารกิจต่อเนื่องของ สมาคมผู้บริหารงานช่างและพัฒนาฝีมือช่างภาคใต้ ที่เข้ามาเชื่อมต่อระหว่าง “โครงสร้างพื้นฐาน” กับ “ทักษะวิชาชีพ” ด้วยการนำช่างมืออาชีพและนักศึกษาอาชีวะลงพื้นที่ให้บริการเดินสายไฟและติดตั้งระบบไฟฟ้าแก่ประชาชนโดยไม่คิดค่าแรง
นี่จึงไม่ใช่เพียงการบริจาคสิ่งของ แต่เป็นการนำ ความรู้ ทักษะ และกำลังคนด้านช่าง ไปแก้ปัญหาให้ประชาชนถึงหน้าบ้าน
จาก “มีมิเตอร์” สู่ “มีไฟใช้อย่างปลอดภัย”
ภาพของการทำงานครั้งนี้สามารถมองเป็นห่วงโซ่การพัฒนาที่เชื่อมโยงกันตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง
อบจ.ภูเก็ตและเทศบาลตำบลฉลอง สนับสนุนการแก้ไขปัญหาและประสานการพัฒนาพื้นที่
↓
มิเตอร์และเสาไฟฟ้า สร้างโครงสร้างพื้นฐานให้ครัวเรือน
↓
สมาคมช่างฯ และช่างจิตอาสา นำความรู้วิชาชีพลงพื้นที่
↓
นักศึกษาอาชีวะ ได้ฝึกประสบการณ์จากสถานการณ์จริง
↓
ประชาชน ได้ระบบไฟฟ้าที่มีการติดตั้งอย่างเหมาะสมและปลอดภัย
โมเดลนี้จึงมีความหมายมากกว่าการ “เดินสายไฟฟรี” เพราะเป็นการนำทรัพยากรจากหลายภาคส่วนมาประกอบกันให้เกิดประโยชน์กับชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม
5 มิติที่ไฟฟ้าเปลี่ยนคุณภาพชีวิต
เมื่อครัวเรือนสามารถเข้าถึงไฟฟ้าอย่างถูกต้อง ผลที่เกิดขึ้นไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเปิดไฟในบ้าน แต่เชื่อมโยงกับคุณภาพชีวิตในหลายด้าน
1. ความปลอดภัย
ลดความเสี่ยงจากการต่อไฟหรือเดินสายไฟที่ไม่ได้มาตรฐาน
2. การประกอบอาชีพ
เครื่องมือและอุปกรณ์ไฟฟ้าสามารถนำมาใช้สนับสนุนอาชีพของครัวเรือนได้
3. การศึกษา
เด็กและเยาวชนสามารถใช้แสงสว่างและอุปกรณ์สื่อสารเพื่อการเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสม
4. การสื่อสารและเทคโนโลยี
ไฟฟ้าเป็นพื้นฐานของโทรศัพท์ อินเทอร์เน็ต และอุปกรณ์ดิจิทัล ซึ่งกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน
5. คุณภาพชีวิต
ไฟฟ้าที่เข้าถึงได้อย่างถูกต้องทำให้ครัวเรือนสามารถยกระดับสภาพความเป็นอยู่และวางแผนพัฒนาบ้านได้อย่างมั่นคงมากขึ้น
ช่างจิตอาสา เติมเต็มสิ่งที่โครงสร้างพื้นฐานยังไปไม่ถึง
ภารกิจของสมาคมช่างฯ จึงถือเป็นอีกหนึ่งกลไกที่ช่วยเติมช่องว่างระหว่าง “นโยบาย” กับ “การใช้งานจริง”
เพราะการมีเสาไฟ มีมิเตอร์ หรือมีระบบจ่ายไฟ ยังไม่เท่ากับประชาชนสามารถใช้ไฟได้อย่างปลอดภัย หากไม่มีผู้เชี่ยวชาญเข้าไปตรวจสอบและดำเนินการติดตั้งระบบภายในบ้านอย่างเหมาะสม
การนำช่างมืออาชีพและนักศึกษาอาชีวะลงพื้นที่ จึงเป็นทั้งการช่วยเหลือประชาชนและการสร้างประสบการณ์วิชาชีพให้กับคนรุ่นใหม่ไปพร้อมกัน
จากภาครัฐสู่ภาควิชาชีพ จากชุมชนสู่บ้านประชาชน
กรณีชุมชนในเหมืองจึงสะท้อนแนวคิดการพัฒนาที่สำคัญว่า การแก้ปัญหาชุมชนไม่จำเป็นต้องเป็นภารกิจของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่สามารถเชื่อมต่อกันเป็น “ระบบความร่วมมือ”
ภาครัฐสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานและการประสานงาน
ท้องถิ่นดูแลประชาชนในพื้นที่
ชุมชนสะท้อนปัญหาและความต้องการ
ส่วนภาควิชาชีพนำความรู้และแรงงานฝีมือเข้าไปเติมเต็ม
เมื่อทั้ง 4 ส่วนทำงานต่อกัน สิ่งที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่เพียง “บ้านหนึ่งหลังมีไฟใช้” แต่เป็นการสร้างต้นแบบการแก้ปัญหาที่สามารถขยายไปยังครัวเรือนอื่นได้
บทเรียนสำคัญจากบ้านในเหมือง
โจทย์ของ คทช. จึงไม่ควรจบเพียงคำถามว่า “ประชาชนมีสิทธิใช้พื้นที่หรือไม่” แต่ต้องเดินต่อไปถึงคำถามว่า เมื่อประชาชนอยู่ในพื้นที่แล้ว จะทำอย่างไรให้เข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานและบริการพื้นฐานของรัฐอย่างปลอดภัยและเป็นระบบ
กรณีมิเตอร์ไฟฟ้าและการเดินสายโดยช่างจิตอาสา คือภาพที่จับต้องได้ของแนวคิด “ที่ดินต้องชัด สาธารณูปโภคต้องถึง และประชาชนต้องมีทักษะความรู้ที่ช่วยให้ระบบเดินต่อได้”
หากสามารถเชื่อมการทำงานลักษณะนี้เข้ากับน้ำประปา ถนน การจัดการขยะ ความปลอดภัย และบริการสาธารณะอื่น ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง ชุมชนในเหมืองก็จะไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ที่ได้รับการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แต่สามารถพัฒนาไปสู่ชุมชนที่มีระบบสาธารณูปโภคและคุณภาพชีวิตที่มั่นคงมากขึ้นในระยะยาว
Phuket Asia News : รายงาน






